0

หุ่นยนต์ยุคใหม่กับพัฒนาการที่ทำงานได้หลากหลายมากขึ้น

q843

      เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้หุ่นยนต์ขนาดใหญ่ทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งไม่มีความปลอดภัยต่อคนงานเท่าที่ควร จึงต้องถูกแยกไปทำงานในพื้นที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับหุ่นยนต์ ช่วยให้การทำงานร่วมกับคนเป็นจริงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีเซ็นเซอร์ที่ถูกพัฒนาให้หุ่นยนต์เข้าใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บวกกับบอดี้ของหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาให้คล้ายกับโครงสร้างทางพันธุกรรมของมนุษย์ จึงทำให้เป็นหุ่นยนต์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถสั่งงานระยะไกลได้ด้วยเทคโนโลยี Cloud-Computing โดยหุ่นยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะทำงานได้หลากหลายมากขึ้นและไม่ได้อยู่แค่โรงงานใหญ่ ๆ เท่านั้น เช่น การใช้หุ่นยนต์ในการเกษตรเพื่อเก็บเกี่ยวพืชผลและป้องกันศัตรูพืช ส่วนในประเทศญี่ปุ่น หุ่นยนต์มีหน้าที่คล้ายพยาบาลที่คอยช่วยเหลือผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี

      ด้านแนวคิดของการสร้างหุ่นยนต์ก็เพื่อให้ทำงานที่อันตรายแทนมนุษย์และสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงกับค่าแรงที่ถูกกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว หุ่นยนต์สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกและทำงานร่วมกับมนุษย์ ไม่ว่าจะถูกพัฒนาให้ฉลาดแค่ไหนก็ตาม เพราะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์นั่นเอง

ที่มา——> http://men.kapook.com/view114075.html

อ่านเพิ่มเติม

Advertisements
0

วันจักรี

วันจักรี (Chakri day)

            วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือ วันจักรี เป็นวันที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและมหาจักรีบรมราชวงศ์ ตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุกปี

วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของไทย   ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อประดิษฐานไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนได้ถวายบังคมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นธรรมเนียมปีละครั้ง และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่มีการย้ายสถานที่ในการประดิษฐานหลายครั้ง เช่น พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เป็นต้น ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ย้ายพระบรมรูปมาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 พระบรมชนกนาถ   จนกระทั่ง ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2461 การซ่อมแซมก่อสร้างและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง 5 รัชกาล จึงสำเร็จลุล่วง และได้มีพระบรมราชโองการประกาศตั้งพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ในวันที่ 6 เมษายนปีนั้น และต่อมาโปรดฯ ให้เรียกวันที่ 6 เมษายนว่า “วันจักรี”

อ่านเพิ่มเติม —-> วันจักรี

0

เที่ยวเมืองตรัง โด่งดังไปทั่วโลก

1.ศาลหลักเมือง ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลตวนธานี อำเภอกันตัง สถานที่ตั้งตรงจุดนี้อยู่บริเวณที่ตั้งเมืองเก่า เป็นศาลหลักเมืองเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มี วิญญาณอภิบาลเป็นสตรีจึงเรียกกันว่าศาลเจ้าแม่หลักเมือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวตรังทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีบุตรยากมักจะมาอธิษฐานขอกับบุตรกับเจ้าแม่หลักเมืองเสมอ

01

2.สถานีรถไฟกันตัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน ตัวสถานีเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาทาสีเหลืองมัสตาร์ดสลับน้ำตาล ประดับมุมเสาด้วยลวดลายไม้ฉลุ ประตูบานเฟี้ยมแบบเก่า คงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว แต่ยังคงใช้งานอยู่ โดยมีรถไฟสายกรุงเทพฯ-กันตัง เดินรถทุกวัน แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟก็ตาม แต่สถานีรถไฟแห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งเมืองกันตังที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกในการมาเยือนกันทั้งนั้น

03

3.พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ตั้งอยู่ห่างจากเทศบาลเมืองกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นจวนเก่าเจ้าเมืองตรัง ผู้มีคุณูปการนำความเจริญมาสู่เมืองตรังในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการนำต้นยางพาราเข้ามาปลูกในเมืองไทยเป็นครั้งแรก สร้างอาชีพชาวสวนยางให้แก่พี่น้องชาวใต้ ส่งผลให้เศรษฐกิจการส่งออกของไทยดีขึ้นจนทุกวันนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 8.00 -16.30 น.

11

4.ต้นยางพาราต้นแรกของเมืองไทย อยู่บริเวณริมถนน 403 หน้าสหกรณ์การเกษตรกันตัง ยางต้นนี้เป็นต้นยางรุ่นแรกที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง ได้นำจากมาเลเซียเข้ามาปลูกที่อำเภอกันตัง เมื่อ พ.ศ.2442 ยางต้นนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่เป็นอนุสรณ์ให้เราได้รำลึกในพระคุณของท่านพระยารัษฎาฯ จวบจนปีนี้ 2556 ยางต้นนี้ก็มีอายุได้ 114 ปีแล้ว

1e2c4a196d601b5ff5a48edaa6558667

5. เกาะเชือกและเกาะม้า ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือปากเมงประมาณ 12 กิโลเมตร ทั้ง เกาะเชือก และ เกาะม้า นี้ มีลักษณะเป็นภูผากลางทะเล ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะได้ แต่ความพิเศษของเกาะแห่งนี้ก็คือ เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม จุดนี้เป็นจุดที่มีกระแสน้ำเชี่ยว การดำน้ำดูปะการังจึงต้องมีเชือกให้คอยเกาะไว้เพื่อป้องกันกระแสน้ำพัดออกไปไกลจากตัวเรือจนอาจเป็นอันตรายได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า เกาะเชือกนั่นเอง

28

6. เกาะกระดาน เกาะนี้ใช้เวลาเดินทางจากหาดปากเมงราวๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที พื้นที่ของเกาะแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของ อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม และส่วนของเอกชน ทางด้านตะวันออกมีสวนยางและสวนมะพร้าว มีที่พักให้บริการ เกาะกระดานมีหาดทรายทอดยาวขาวสะอาด น้ำใส มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ สวยที่สุดในทะเลตรัง จึงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีวิวาห์ใต้สมุทรของเมืองตรัง มีจุดชมวิวทั้งด้านพระอาทิตย์ขึ้นและด้านพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแปลกตาไม่ซ้ำกับที่ใดๆ

31

7. เกาะไหง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของ จังหวัดกระบี่และตรัง แต่ด้วยการเดินทางจากจังหวัดตรังจะสะดวกสบายใกล้กว่า จึงจัดให้เป็นกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวในเขตทะเลตรัง เกาะไหงเป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาวสะอาดทอดยาวตลอดแนวฝั่งตะวันออก อยู่ในมุมซี่งเป็นแหล่งกำบังคลื่นลมจากมหาสมุทรได้ดี จึงเป็นที่เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเลเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีท่าเรือระดับมาตรฐานในโซนทะเลอันดามันใต้ ทำให้จากที่นี่คุณสามารถเดินทางไปที่อื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย เกาะไหงจึงเป็นศูนย์กลางของการเดินเรือระหว่าง ภูเก็ต, เกาะพีพี, เกาะลันตา, และเกาะทางใต้อื่นๆ เช่น เกาะมุก, เกาะกระดาน, เกาะลิบง, เกาะหลีเป๊ะ แม้กระทั่งเกาะลังกาวี ของประเทศมาเลเซียอีกด้วย

35

8.เกาะมุก และ ถ้ำมรกต เกาะมุกนี้เป็นเกาะใหญ่เกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง ทางด้านตะวันออกของเกาะมีชุมชนบ้านเกาะมุก และท่าเทียบเรือเข้าหมู่บ้าน มีที่พักให้บริการ ส่วนอีกด้านมีลักษณะโค้งเป็นอ่าวกำบังลมได้ดี เรียกว่า อ่าวพังกา ชายทะเลทั้งสองด้านมีหาดทรายขาวสะอาด น้ำใส เหมาะที่จะเล่นน้ำได้ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีลักษณะเป็นโขดผาสูงตระหง่าน และได้ซุกซ่อน ถ้ำมรกต หรือถ้ำน้ำ ซึ่งมีความงดงามตระการตาไว้อย่างมิดชิด ถ้ำมรกรตนี้จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น โดยปากถ้ำเป็นเพียงโพรงเล็กๆ สูงพอให้เรือพายลอด หรือว่ายน้ำลอยคอเข้าไปได้เท่านั้น พ้นปากถ้ำเข้าไปเป็นเส้นทางคดโค้ง ระยะทางประมาณ 80 เมตร บางช่วงมืด บางช่วงมีช่องให้แสงจากเบื้องบนลอดผ่านเข้ามากระทบกับน้ำใสในถ้ำให้แสงสะท้อนออกมาเป็นสีเขียวมรกตสวยงามประทับใจ

40

9.ถนนคนเดิน หน้าสถานีรถไฟจังหวัดตรัง ที่นี่เราจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวตรัง ชิมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง สินค้าที่ระลึก และงานฝีมือ บางทีท่านอาจจะได้ชมเด็กๆ แสดงดนตรีเปิดหมวก ร้องเล่นเต้นรำทำเพลง เป็นการสัมผัสสีสันยามค่ำคืนอีกมุมหนึ่งของเมืองตรัง เปิดเฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30-22.00 น. เท่านั้น

49

10.หอนาฬิกา ทรงสี่เหลี่ยมแนวตั้ง มีอายุกว่า 50 ปีมาแล้ว มีการติดไฟประดับสลับสีกันทุกๆ 10 วินาที สร้างความสวยงามแปลกตาให้กับนักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกจุดหนึ่ง

54

น้ำตกสายรุ้ง

        เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ตกจากหน้าผาสูงใหญ่ และจะเป็นสายรุ้ง เมื่อละอองน้ำของน้ำตกจะทำมุมกับแสงอาทิตย์ปรากฏเป็นประกายรุ้งสวยงาม บริเวณน้ำตกสายรุ้งมีแอ่งน้ำที่ไม่ลึกมาก หลายจุดเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ลงไปเล่น
เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 น.

การเดินทาง

ไปตามถนนสายตรัง-พัทลุง บริเวณกิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนสายบ้านกะช่อง-บ้านหาดเลา ประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงป้ายชื่อน้ำตกอีก 3กิโลเมตร

sairung-wall002

น้ำตกโตนเต๊ะ

จัดว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีขนาดใหญ่ ด้วยความใหญ่ของน้ำตก เพียงแค่เดินทางเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และยิ่งเดินเข้าไปในแนวทางเดินก็จะได้ยินเสียงน้ำตกกึกก้องไปทั่วบริเวณแนวป่า ผสานกับเสียงนก จิ้งหรีดเรไร ที่ตะเบ็งเสียงร้องระงมแข่งกับเสียงน้ำ ยิ่งสร้างความรู้สึกที่อยากจะสัมผัสความเย็นชุ่มฉ่ำจากสายน้ำมากยิ่งขึ้น น้ำตกแห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัดที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ด้วยความสมบูรณ์ของป่าจึงทำให้มีน้ำตลอดทั้งปี โดยกระแสน้ำจะไหลผ่านเทือกเขาลงสู่ผาหิน ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ แล้วไหลผ่านที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด แล้วไหลลงสู่คลองปะเหลียนและออกสู่ทะเลตรัง โดยตลอดแนวลำธารยาวนับกิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย           น้ำตกต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกหลืบเทือกเขาบรรทัดของเมืองตรังมีมากมาย ที่สามารถไปเที่ยวชมได้โดยสะดวก เพราะห่างจากตัวเมืองไปเพียง 20 กิโลเมตร จะได้สัมผัสกับป่าของเทือกเขาบรรทัด ป่าที่สงบ สวย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นอกจากสายธารจากป่าใหญ่จะเป็นน้ำตกสวยแล้ว ยังมีกิจกรรมล่องแก่งที่น่าสนใจด้วย น้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดตามแนวเทือกเขาบรรทัด เมืองตรัง ต้องยกให้น้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านโคนไม้ดำ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง อยู่ภายในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด สำหรับที่ทำการตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของน้ำตก มีสถานที่นั่งพักผ่อนเป็นลานกว้าง สำหรับการเล่นน้ำและเดินสำรวจชมความงามของน้ำตกต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะหินที่นี่ค่อนข้างมีความลื่น

จุดสุดยอดของน้ำตกโตนเต๊ะ สามารถเดินเท้าจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ไปยังน้ำตกประมาณ 200 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตกจากยอดเขาไหลผ่านหน้าผาหินซอกหินตลอดสายเป็นสีขาว สูง 320 เมตร ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้น้ำตกแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า ราชาน้ำตกแห่งเมืองใต้
สำหรับด้านล่างของน้ำตก เป็นแอ่งน้ำสามารถว่ายน้ำได้ ทางไม่ชัน ตลอดทางเดินร่มรื่นด้วยไม้เบญจพรรณนานาชนิดร่มครึ้ม นอกจากนั้นยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโตนเต๊ะ ตามทางจะมีป้ายสื่อความหมาย 17 จุด ที่บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต และรายทางนอกจากได้ชมพันธุ์ไม้นานาชนิดแล้ว ยังจะได้ชมพันธุ์หวาย และกล้วยไม้ป่า ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปะเหลียน ปลูกและขยายพันธุ์ไว้อย่างมากมาย

การเดินทางมาท่องเที่ยวยังน้ำตกแห่งนี้ ไม่เพียงแค่จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่และงดงามของน้ำตกเท่านั้น แต่ยังจะได้สัมผัสและศึกษาถึงความสมบูรณ์ของป่าเทือกเขาบรรทัด ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้ หลากหลายพันกว่าชนิด เช่น ต้นหวาย หม้อข้าวหม้อแกงลิง ฯลฯ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ อย่างเช่น สมเสร็จ เลียงผา และนกสายพันธุ์ต่างๆ อีกด้วย ตลอดจนยังได้เห็นและสัมผัสวิถีชีวิตของชนเผ่าเงาะป่าซาไกที่ทุกวันนี้จะหาชมได้ยากยิ่ง

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวชมน้ำตกแห่งนี้สามารถมาได้ทุกฤดูกาล แต่ช่วงที่เหมาะที่สุด คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม การเดินทางมายังน้ำตกโตนเต๊ะนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ไปจนถึงบริเวณน้ำตกได้ทุกฤดูกาล อยู่ ห่างจากอำเภอเมือง 55 กิโลเมตร ไปตามถนนสายตรัง-พัทลุง ประมาณ 17 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 53 เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางบ้านกะช่อง-บ้านหาดเลา (ทางหลวงหมายเลข 4124) ประมาณ 27 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปอีก ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตก ซึ่งทาง อบต.ปะเหลียน ได้จัดทำสถานที่จอดรถ และร้านค้าไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
นอกจากจะชมความงามของน้ำตกโตนเต๊ะ แบบอิ่มหนำสำราญแล้ว และจะวกกลับตัวเมืองตรังตามเส้นทางเดิม หากยังไม่พอก็ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งบริเวณเส้นทางเดียวกัน เมื่อออกจากน้ำตกโตนเต๊ะ ยังมีน้ำตกโตนตก ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกับน้ำตกโตนเต๊ะห่างกันเพียง 1 กิโลเมตร ถือเป็นน้ำตกสวยคู่กับน้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนตก มีลักษณะเป็นหินแกรนิตสลับกับหินปูน เมื่อถูกสายน้ำพัดพากัดกร่อน จึงเกิดเป็นริ้วลายที่สวยงามแปลกตา เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่ไหลลัดเลี้ยวลงมาจากยอดเขามากมายหลายสิบชั้น ซึ่งชั้นล่างสวยที่สุด

เสร็จแล้วแวะน้ำตกลำปลอก ถึงกิโลเมตรที่ 30 พบทางแยกเข้าสู่น้ำตกลำปลอก ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลดหลั่นกันลงมา 8 ชั้น จนถึงชั้นล่างที่ใหญ่ที่สุด มีแอ่งน้ำสีมรกตเป็นวงกว้าง ลงเล่นน้ำได้ จัดว่าเป็นน้ำตกที่ใสสะอาดที่สุดในเมืองตรัง ต่อมายังน้ำตกไพรสวรรค์ ตั้งอยู่ระหว่างน้ำตกสายรุ้งและน้ำตกลำปลอก บนถนนคด – ทุ่งยาว เหนือน้ำตกนี้เป็นลำธารคดเคี้ยวสายธารไหลผ่านโตรกหินและเกาะแก่งจนตกมาเป็นน้ำตกไพรสวรรค์เป็นน้ำตกขนาดกลาง กิจกรรมล่องแก่งจึงเกิดขึ้นที่นี่คู่กับการชมน้ำตกไปในเวลาเดียวกัน และปิดทริปเที่ยวน้ำตกเมืองตรังที่น้ำตกสายรุ้ง เส้นทางสายถนนคด-ทุ่งยาว กิโลเมตรที่ 12 มีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลาง 2 ชั้น น้ำใสสะอาด บรรยากาศดีลงเล่นน้ำได้ ช่วงบ่ายแดดสาดเข้าน้ำตกเกิดเป็นรุ้งกินน้ำพาดสวยงาม…ทริปหน้าหากไปเมืองตรัง เที่ยวทะเลไม่หนำใจลองแวะไปเที่ยวน้ำตกกลางไพรเทือกเขาบรรทัดดูรับรองว่านี่คือเสน่ห์สุดยอดของจังหวัดตรังเลยทีเดียว

5355_0

น้ำตกโตนตก

น้ำตกโตนตก ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดของตรังตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านควนไม้ดำ เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สายน้ำไหลผ่านชั้นหินลาดชันเล็กน้อยสู่พื้นล่างซึ่งเป็นแอ่งน้ำตื่นๆ ให้สามารถเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ในช่วงหน้าฝนจะทำให้เห็นสายน้ำไหลเป็นสายสีขาวดูสวยงามกว่าช่วงเวลาอื่น

น้ำตกโตนตก อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด อ.ปะเหลียน ลักษณะของธารน้ำตกที่เป็นหินแกรนิตสลับกับหินปูน เมื่อถูกสายน้ำพัดพากัดกร่อน จึงเกิดเป็นริ้วลายที่สวยงามแปลกตาจากบริเวณน้ำตกโตนตกยังมองเห็นน้ำตกโตนเตะซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดตรัง อยู่ห่างออกไปประมา1 กิโลเมตรตามเส้นทางเดินเท้า แต่ถ้าหากต้องการขึ้นไปควรมีเจ้าหน้าที่นำทางน้ำตกโตนตกได้ชื่อว่าราชินีแห่งน้ำตกของจังหวัดตรัง
การเดินทางไปยังน้ำตกโตนตก
ไปตามถนนสายตรัง-พัทลุงเส้นทางหลวงหมายเลข 4/เพชรเกษม ประมาณ 17 กม. บริเวณ กม.ที่ 53เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางบ้านกะช่อง-บ้านหาดเลา ทางหลวงหมายเลข 4142 ประมาณ 27 กม.จากนั้นเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กม.

โตนตก

น้ำตกลำปลอก อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง

เป็นน้ำตกสูง 6 ชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้หรือถ้าหากใครไม่อยากตัวเปียก ก็เลือกที่จะยืนรับลมชมวิวปากน้ำปะเหลียนได้ นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้มาเยือนแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าใช้กันในละแวกใกล้เคียง หรือหากว่ายังไม่จุใจจะค้างอ้างแรมก็ไม่มีใครว่าจะนำเต็นท์มาเอง หรือจะใช้บริการที่พักของเอกชนซึ่งห่างจากน้ำตกเพียง 300 เมตร

การเดินทาง เข้าสู่เส้นถนนสายตรัง-พัทลุงกิโลเมตรที่ 17 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางบ้านกะช่อง-บ้านหาดเลา ไปประมาณ 21 กิโลเมตร

ลำปลอก

 น้ำตกไพรสวรรค์

สวรรค์แดนใต้ท่ามกลางธรรมชาติเมืองตรังที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สัมผัสกับสายน้ำตกใสเย็นจากยอดโขดหินสูงกว่า 50 เมตร 17 ชั้น จะเลือกล่องแก่งหรือแช่น้ำให้ชุ่มฉ่ำ เหมาะสำหรับพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดยาว

“เมืองตรัง” เป็นจังหวัดหนึ่งตั้งอยู่ปลายด้ามขวานของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาบรรทัด ช่วงรอยต่อระหว่าง 5 จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ที่ก่อเกิดน้ำตกที่มีชื่อเสียงขึ้นมาจำนวนมากมายหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “น้ำตกไพรสวรรค์” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว ที่แม้อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางนับชั่วโมง แต่กลับรู้สึกคุ้มค่าทันที่ได้ไปสัมผัส

การเดินทางไปยังน้ำตกแห่งนี้ เริ่มต้นจากถนนเส้นทางสายตรัง – พัทลุง เมื่อเดินทางออกจากตัวเมืองตรังมาได้ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงตลาดเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ จากนั้นให้เดินทางตรงไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงสายแยกถนนคด ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเส้นทางสายบ้านกะช่อง-บ้านหาดเลา ระยะทาง 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกทางเข้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โพรงจระเข้ ซึ่งจะมีป้ายชื่อน้ำตกขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า ก่อนที่ตรงเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย

“น้ำตกไพรสวรรค์” ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี โดยมีสายน้ำไหลลดหลั่นลงมาหลายสิบชั้น และในแต่ละชั้นจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไปตามสภาพของโขดหิน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า น้ำตกแห่งนี้ประกอบไปด้วยชั้นย่อยๆ 17 ชั้น แต่มีชั้นใหญ่อยู่ 3 ชั้นด้วยกัน คือ “ชั้นวังบาดาล” มีความสูงประมาณ 7 เมตร ตามด้วย “ชั้นดาวดึงส์” มีความสูงประมาณ 10 เมตร ส่วนชั้นที่มีความสูงมากที่สุด คือ “ชั้นไพรสวรรค์” มีความสูงประมาณ 50 เมตร

มีแอ่งที่สามารถเล่นน้ำได้ และสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะการล่องแก่ง ที่มีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งเกิดจากการบุกเบิกของ นายประทีป โจ้งทอง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และเจ้าของลิบงการท่องเที่ยว ที่ต้องการให้ “เมืองตรัง” มีเส้นทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม รวมทั้งยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้แม้กระทั่งในหน้าฝน

จุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมไปเล่นน้ำ หรือล่องแก่ง กันมากที่สุดก็คือ บริเวณเหนือที่ทำการของน้ำตกขึ้นไปประมาณ 500 เมตร เนื่องจากมีเกาะแก่งขวางลำน้ำอยู่หลายแก่ง เช่น “แก่งหนานไม้ไผ่” “แก่งหนานเอียง” “แก่งหนานร่องกวาง” กระทั่งไปสิ้นสุดลงที่ “แก่งวังตอ” ขณะที่สายน้ำตกที่ไหลลงมาจากเบื้องบน ก็มีทั้งความใสสะอาดและความเย็นสบาย จึงเหมาะสำหรับการลงไปเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกันมาแบบครอบครัวซึ่งมีครบกันในทุกๆ วัย เนื่องจากน้ำไม่ได้ลึกมากหรือไหลแรงมากจนเกินไป

นอกจากนั้น การที่สภาพโดยทั่วไปยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก จึงมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ “น้ำตกไพรสวรรค์” ประกอบกับมีโขดหินขนาดใหญ่วางเรียงรายอยู่ไปทั่ว ทำให้สามารถนั่ง หรือมานอนพักผ่อน รวมทั้งนำอาหารมารับประทานได้อย่างสะดวก สร้างความสดชื่นและความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว ยิ่งในช่วงเทศกาลต่างๆ หรือช่วงที่มีวันหยุดยาวๆ นั้น ก็จะมีผู้คนทั้งในพื้นที่และจากต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยว

ไพร

ความงามของ จ.ตรัง